คมนาคมเร่งเครื่องลุยรถไฟฟ้า สายสีชมพู/สีส้มจ่อคิวเข้าครม.

        กระทรวงหูกวางฟิตจัด เตรียมโครงการรถไฟฟ้าสารพัดสีเสนอครม.ยิ่งลักษณ์1 สุพจน์ชี้ค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสีชมพู/สีส้มส่อแววพุ่ง เผยวงเงินลงทุนรถไฟฟ้า 12 สาย ในแผนแม่บท 811,070 ล้านบาท
          แม้ว่ารัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะยังจัดโผคณะรัฐมนตรีไม่แล้วเสร็จ และยังไม่รู้ว่าใครจะมีนั่งเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ อย่างกระทรวงคมนาคม แต่สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ยังเดินหน้าที่จะนำแผนลงทุนโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 12 สาย เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ เพื่อนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้สามารถลงทุนก่อสร้างได้ตามแผนเดิม
          ทั้งนี้ ตามแผนแม่บทของกระทรวงกำหนดว่าจะก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ารวม 12 เส้นทาง ในช่วงปี 2553-2572 ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลมีนโยบายก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ารวม 10 เส้นทางนั้น จะต้องดูรายละเอียดเส้นทางต่างๆ ว่าเป็นเส้นทางใหม่หรือไม่ แต่โครงการเหล่านี้สามารถปรับแนวสายทางให้สอดคล้องกันได้
          ทั้งวงเงินลงทุนรถไฟฟ้า 12 สาย ในแผนแม่บทจำนวน 811,070 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 20 ปี (2553-2572) และใช้เงินกู้เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉลี่ยใช้ปีละประมาณ 40,000 ล้านบาท จึงไม่น่าจะกระทบต่อนโยบายทางการเงินการคลัง
ค่าก่อสร้างพุ่ง
          สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมจะเสนอรายละเอียดโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี ระยะทาง 36 กม. วงเงิน 42,067 ล้านบาท และสายสีส้มช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ-มีนบุรี ระยะทาง 37.5 กม. วงเงิน 137,750 ล้านบาท ให้ครม.พิจารณาอนุมัติ  ปัจจุบันที่ปรึกษาอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด และเตรียมเอกสารประกวดราคา ซึ่งต้องประเมินวงเงินค่าก่อสร้างทั้งสองโครงการใหม่ เพราะราคาวัสดุก่อสร้างในปัจจุบันแตกต่างจากในช่วงที่ประเมินค่าก่อสร้างเบื้องต้น
          โครงการรถไฟฟ้าทั้งสองเส้นทางจะอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยสายสีชมพูจะให้ผู้รับเหมารับผิดชอบงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการจัดหาขบวนรถ ซึ่งโครงการนี้มีรูปแบบเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว โครงสร้างยกระดับตลอดสายทาง มี 24 สถานี สามารถดำเนินการได้ในปี 2555 หลังจากพิจารณาแล้วเห็นว่ารถไฟฟ้าในเส้นทางดังกล่าวมีความพร้อมในการดำเนินการ เนื่องจากผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว กำหนดเปิดให้บริการปี 2559 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 2.18 แสนเที่ยว ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ และเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯและปริมณฑล
          ส่วนสายสีส้มจะเป็นโครงสร้างใต้ดิน 26.5 กม. และโครงสร้างยกระดับ 11 กม. มี 29 สถานี เป็นสถานีใต้ดิน 21 สถานี และสถานียกระดับ 8 สถานี คาดว่าเส้นทางช่วงศูนย์วัฒนธรรมบางกะปิ จะเปิดบริการในปี 2560 ช่วงบางกะปิ-มีนบุรี จะเปิดให้บริการในปี 2561 และช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม จะเปิดให้บริการในปี 2562 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 5.43 แสนเที่ยว  สามารถรองรับการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาการจราจรบนถนนรามคำแหงและลาดพร้าวได้ดี
          สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เส้นทางลาดพร้าว-บางกะปิสำโรง คาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2556 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล-ลาดพร้าวพระราม 4-สะพานพระราม 9 และรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ดินแดง-สาทร เป็นเส้นทางใหม่ที่จะช่วยให้การจราจรกรุงเทพฯและปริมณฑลมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น จะเร่งเดินหน้าให้สามารถก่อสร้างได้โดยเร็วที่สุด
          ด้านสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า สนข.ได้เสนอรายละเอียดการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองให้พิจารณาแล้ว คาดว่าจะสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ชุดใหม่ได้ทันทีเมื่อเริ่มมีการประชุม
          ส่วนแผนการพัฒนาด้านรถไฟนั้น 2 ปีที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้ดำเนินโครงการซึ่งเป็นภารกิจหลักโดยเน้นเรื่องความปลอดภัย ซึ่งสามารถลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดบนทางหลวงลงได้ 30% นอกจากนี้ ในส่วนของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าลงจากปัจจุบัน 18% โดยเปลี่ยนโหมดการขนส่งจากถนนซึ่งมีถึง 80% ไปสู่รถไฟให้มากขึ้น รวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้รับอนุมัติกรอบวงเงินในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางรวม 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2557ดังนั้น โครงการรถไฟทางคู่ จึงมีเงินลงทุนและพร้อมดำเนินการได้ ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาต่อเนื่องได้
          ส่วนงบประมาณประจำปี 2555 นั้น สุพจน์กล่าวว่า จะมีการปรับปรุงอีกครั้งหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อดูว่ามีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมอย่างไร ส่วนจะได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น อยู่ที่รัฐบาลซึ่งคิดว่า รัฐบาลนี้อาจจะมีความสามารถในการหาเงินได้มากขึ้นก็ได้โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคมได้จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ไว้รวม 235,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน126,316 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 115.81% แบ่งเป็นงบประมาณของส่วนราชการ 159,800 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจ 75,586 ล้านบาทโดยหน่วยงานที่เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณสูงสุด คือ กรมทางหลวง จำนวน 93,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 46,130 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 98.15

ที่มาจาก ผู้จัดการรายสัปดาห์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *