คลังเก็บป้ายกำกับ: รถไฟฟ้าสายสีชมพู

รฟม.จี้เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้าหลังพบช้ากว่าแผนที่วางไว้

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เร่งก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆหลังพบว่ายังล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด
โดยสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมารถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ มีความคืบหน้า 47.27% ล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด 27.29% รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ คืบหน้า 20.92% ล่าช้า 2.70% ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ คืบหน้า 0.49% เร็วกว่าแผน 0.73%
ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่จะดำเนินการในเร็วๆ นี้ คือ สายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรีนั้น เพื่อให้สามารถเดินหน้าโครงการได้เร็วขึ้น อาจต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างใหม่ โดยใช้วิธีการออกแบบควบคู่ไปกับการก่อสร้าง ขณะเดียวกันก็ให้ผู้รับเหมาไปหาเงินกู้มาดำเนินการก่อสร้างไปก่อน โดยให้ผู้รับเหมารายเดียวก่อสร้างทั้งโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบรวมถึงการก่อสร้าง
ส่วนการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ที่บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล เสนอราคาต่ำสุด คือ 8.7 หมื่นล้านบาทนั้น ได้สั่งการให้ รฟม.ทำข้อมูลของ รฟม.ขึ้นมาอีก 1 ทางเลือก เพื่อเสนอครม. พิจารณา โดย รฟม.จะนำเสนอข้อมูลการเดินรถที่ รฟม.ดำเนินการเองประมาณ 7-7.5 หมื่นล้านบาทด้วย ส่วน ครม.จะเลือกแนวทางไหนก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาถึงความเหมาะสม
วิธีการที่ รฟม.เตรียมไว้ดำเนินการหากจะต้องให้บริการเดินรถเอง มีหลายรูปแบบโดยอาจจะเป็นการซื้อขบวนรถไฟฟ้ามาให้บริการเอง หลังจากนั้นจะจ้าง บริษัทเอกชนมาเป็นผู้เดินรถในลักษณะของการจ้างเป็นรายปี โดยจะนำเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาในเดือนสิงหาคมนี้ คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในเดือนกันยายน

เปิดพิมพ์เขียวแผนลงทุน 1.6 ล้านล้าน คมนาคมดึงตปท.ผุดไฮสปีดเทรน รถไฟฟ้า ท่าเรือ

เปิดพิมพ์เขียวโครงสร้างพื้นฐาน 1.6 ล้านล้านบาท ลุยรถไฟฟ้า 10 สาย รถไฟทางคู่ ไฮสปีดเทรน ขยายสุวรรณภูมิเฟส 2 ท่าเรือ มอเตอร์เวย์ ระบบ โลจิสติกส์ รับเออีซี “จารุพงศ์” ย้ำ ทุกโครงการเดินหน้าพร้อมกัน ภายใน 7 ปี
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้วิกฤตยูโรยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากมีเงินกู้ในประเทศสำรองไว้แล้วประมาณ 3 แสนล้านบาท แหล่งเงินจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ขณะเดียวกันมีนักลงทุนต่างชาติสนใจร่วมลงทุนกับไทย ทั้งนี้กระทรวงมีโครงการลงทุนระบบราง 1.64 ล้านล้านบาท ใน 7 ปี (2555-2562) ประกอบด้วย รถไฟฟ้า 10 สาย วงเงิน 640,071 ล้านบาท และโครงการส่งเสริม ระบบโลจิสติกส์ที่จะรองรับการเปิดการค้าเสรีอาเซียน 26 โครงการ วงเงิน 1.001 ล้านล้านบาทแยกเป็น
  1. ทางบก 140,445 ล้านบาท
  2. ทางน้ำ 63,215 ล้านบาท
  3. ทางราง 712,164 ล้านบาท เช่น รถไฟทางคู่ 767 กม. วงเงิน 98,315 ล้านบาท รถไฟสายใหม่ 79,586 ล้านบาท สายเด่นชัยเชียงราย-เชียงของ ช่วงบัวใหญ่-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม และรถไฟเชื่อมกัมพูชา (อรัญประเทศ-ปอยเปต) รถไฟความเร็วสูง 4 สาย วงเงิน 481,066 ล้านบาท มีกรุงเทพฯ-หนองคาย 256 กม. วงเงิน 96,826 ล้านบาท กรุงเทพฯ-หัวหิน 225 กม. วงเงิน 82,166 ล้านบาท กรุงเทพฯเชียงใหม่ 745 กม. วงเงิน 229,809 ล้านบาท และกรุงเทพฯ-ระยอง 221 กม. วงเงิน 72,265 ล้านบาท
  4. ทางอากาศ จะขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 วงเงิน 83,503 ล้านบาท และ 5)การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ 2,218 ล้านบาท จะสร้างสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ที่หนองคาย 969 ล้านบาท และศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย 1,522 ล้านบาท
สิ้นปีนี้จะมีประมูลและเซ็นสัญญา 2-3 สาย คือ สายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) สายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) และสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) เริ่มสร้างปี 2556
นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม เสริมว่า งานเร่งด่วนคือจัดลำดับความสำคัญโครงการใหม่ มีทั้งโครงการใช้เงินงบประมาณประจำปีและเงินกู้พิเศษ เช่น รถไฟฟ้าจะต้องผลักดันให้เกิดในรัฐบาลชุดนี้ การเร่งมือโครงการรับมือน้ำท่วม การสร้างมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี เชื่อมกับท่าเรือนำลึกทวายต้องทำให้ได้ใน 3 ปี
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การเตรียมออกพระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ตามนโยบายของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง อยู่ภายใต้แผนการลงทุน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 2.27 ล้านล้านบาท ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ซึ่งจะมีเงินลงทุนทั้ง โดยรัฐวิสาหกิจ รัฐบาล และการร่วมทุนกับภาคเอกชน (พีพีพี) ระยะเวลา ดำเนินการ 7-10 ปี

รฟม. เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้าสีชมพู-ส้ม วงเงิน 2 แสนกว่าล้านบาท

รฟม. เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้าสีชมพู-ส้ม วงเงิน 2 แสนกว่าล้านบาท คาดเปิดประมูลเส้นทางศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ ก่อนในต้นปี 56
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2555 นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล รองผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม.อยู่ระหว่างเร่งรัดการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 36 กม. วงเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี ระยะทาง 37.5 กม. วงเงินประมาณ 1.5-1.6 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 เส้นทางศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ ช่วงที่ 2 เส้นทางบางกะปิ-มีนบุรี และช่วงที่ 3 เส้นทางศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน โดยจะเร่งประกวดราคาช่วงที่ 1 ก่อน เพราะมีความพร้อมมากที่สุด คาดว่าจะสามารถเปิดประกวดราคาได้ต้นปี 2556
ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู เป็นรถไฟฟ้าขนาดเบา การออกแบบงานโยธาจึงเป็นลักษณะของการออกแบบไปพร้อมก่อสร้าง ไม่ใช่การออกแบบรายละเอียด โดยหากออกแบบรายละเอียดอาจจะเป็นการล็อคสเปคระบบรถไฟฟ้าได้ เนื่องจากรถไฟฟ้าขนาดเบามีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบจะมีผลต่องานโยธาที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้จะได้เร่งรัดการออกแบบและเตรียมเอกสารประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ โดยเบื้องต้นจะเปิดประกวดราคาแบบนานาชาติ

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้น ที่ผ่านมาได้ศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบรถไฟฟ้าทั้งแบบรถไฟฟ้าขนาดเบา และรถไฟฟ้าขนาดหนัก โดยผลศึกษาพบว่าหากใช้รถไฟฟ้าขนาดเบาจะใช้เงินลงทุนน้อยกว่ารถไฟฟ้าขนาดหนัก ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยหากใช้ระบบรถไฟฟ้าขนาดหนักจะใช้เงินลงทุนประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันรถไฟฟ้าขนาดเบาจะเหมาะสมกับเส้นทางนี้มากกว่า เพราะเส้นทางนี้เป็นระบบเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าอื่นๆ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อรัง-รังสิต และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่

ที่มา : http://its.in.th/index.php/component/content/article/1-latest-news/9815—2–

 

สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) เสนอให้รถไฟฟ้าทำ Park & Ride ที่โครงการเคหะชุมชนรามอินทรา

กคช.ประชุมร่วม รฟท.รฟม. และ สนข. ร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยตามบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าเพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจนสอดคล้องกับแผนการพัฒนารถไฟฟ้าทั้ง 10 สาย ที่ทางรัฐบาลให้พิจารณาเป็นการเร่งด่วน
นายวิฑูรย์ เจียสกุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมพิจารณาแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยตามบริเวณใกล้แนวเส้นทางรถไฟฟ้า ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)  และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  เพื่อหาแนวทางและวางแผนการใช้ที่ดินของ  กคช. รวมทั้งโครงการที่อยู่ในรัศมีการให้บริการตามแนวเส้นทางเดินรถไฟฟ้า
ว่าการประชุมในครั้งนี้จะนำไปสู่การจัดทำร่างข้อตกลง  (MOU) ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การพัฒนาที่ดินของ กคช. ตรงตามวัตถุประสงค์สูงสุด อย่างไรก็ตามกคช. ต้องทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าในอนาคต  2 แนวทาง โดยแนวทางแรกกคช. จัดซื้อที่ดินบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าของ รฟม. หรือ รฟม.จัดซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาร่วมกับ  กคช.
ทั้งนี้ กคช. มีข้อเสนอในการใช้ที่ดินของ กคช. เพื่อก่อสร้างจุดจอดแล้วจร (Park&Ride) ดังนี้ สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) เสนอให้รถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการเคหะชุมชนรามอินทรา สายสีเขียวเข้ม (สมุทรปราการบางปู) เสนอพัฒนาเป็นจุดจอดแล้วจร บริเวณโครงการเคหะชุมชนบางปูสายสีเขียวเข้ม (ลำลูกกา-คลอง 4) เสนอที่ดิน กคช.บริเวณลำลูกกา คลอง12 ควรจัดระบบ  Feeder  เพื่อป้อนผู้โดยสารเข้าสู่สถานีลำลูกกา  คลอง5 ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าปลายทาง สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-พัฒนาการ)เสนอให้รถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการเคหะชุมชนคลองจั่น โครงการบ้านเอื้ออาทรบึงกุ่ม และหมู่บ้านศรีนวมินทร์ และสายสีเหลือง (พัฒนาการ-สำโรง)เสนอให้รถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการบ้านเอื้ออาทรเทพารักษ์ โครงการบ้านเอื้ออาทรสมุทรปราการ (พร้อมมิตร 1, พร้อมมิตร 18)  ทั้งนี้ สนข. รฟม.และ รฟท. จะนำข้อเสนอของ กคช. ไปพิจารณาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน
ข่าวจาก

รฟม.ลัดคิว’สายสีชมพู’ประมูลสิ้นปีระบบโมโนเรล5หมื่นล.เพิ่ม6สถานีบูมห้าง-คอนโด

รฟม.ปรับแผนรถไฟฟ้าสายสีชมพู “แคราย-มีนบุรี” ใหม่ เป็นระบบโมโนเรล ระยะทางรวม 34.5 กิโลเมตร ผุดสถานีใหม่ 6 แห่ง รับศูนย์การค้า-คอนโดมิเนียมบนถนนแจ้งวัฒนะ-รามอินทราบูม ขยายจุดเวนคืนที่ดินเพิ่ม ช่วงโค้งย่านแคราย ห้าแยกปากเกร็ด ตลาดมีนบุรี ดันมูลค่าลงทุนโครงการเฉียด 5 หมื่นล้านเตรียมเปิดประมูลในปีนี้รูปแบบเทิร์นคีย์ คาดใช้เวลาสร้าง 4 ปี เปิดบริการในปี’60 เก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย สนองนโยบายหาเสียงรัฐบาลยิ่งลักษณ์

แหล่งข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้บริษัทที่ปรึกษา บจ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ วงเงิน 34 ล้านบาท ทบทวนรูปแบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร จากผลการศึกษาเดิมของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ล่าสุดได้ข้อสรุปจะสร้างเป็นระบบโมโนเรล (รถไฟฟ้าขนาดเบา) ตามที่ สนข.ศึกษาไว้ เพราะก่อสร้างได้เร็ว ใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก”แต่มูลค่าการลงทุนจะเพิ่มขึ้นจาก 42,067 ล้านบาท เป็น 45,000-50,000 ล้านบาท เพราะเพิ่มสถานีใหม่ 6 แห่ง จาก 24 สถานี เป็น 30 สถานี โดยแทรกระหว่างสถานีที่อยู่ไกลกัน และปรับระยะห่าง 1.6 กิโลเมตร/สถานี เหลือ 1.2 กิโลเมตร/สถานี” เพิ่มใหม่ 6 สถานี

โดยที่ตั้ง 6 สถานีใหม่ของรถไฟฟ้าสีชมพู ได้แก่

  1. เยื้องศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ
  2. ระหว่างสถานีเมืองทองธานีกับสถานีศรีรัช ปากทางเข้าเมืองทองธานี
  3. ระหว่างสถานีศูนย์ราชการกับสถานีหลักสี่ ใกล้การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) และศูนย์การค้าไอทีสแควร์หลักสี่
  4. ระหว่างสถานีวงเวียนหลักสี่กับสถานีลาดปลาดเค้า อยู่กึ่งกลางรามอินทรา ซอย 3 และ 5 หน้าโครงการคอนโดมิเนียมแอล.พี.เอ็น. 5) ระหว่างสถานีเคหะรามอินทรากับสถานีวัชรพล บริเวณ กม.4 และ
  5. ระหว่างสถานีนวมินทร์กับสถานีคันนายาว ใกล้ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

ส่วน 24 สถานีเดิมประกอบด้วย สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี แคราย สนามบินน้ำ สามัคคี ชลประทาน ปากเกร็ด เลี่ยงเมืองปากเกร็ด เมืองทองธานี ศรีรัช มงกุฎวัฒนะ ศูนย์ราชการกรุงเทพฯ หลักสี่ ราชภัฏพระนคร อนุสาวรีย์หลักสี่ ลาดปลาเค้า เคหะรามอินทรา วัชรพล นวมินทร์ คันนายาว สวนสยาม บางชัน เศรษฐบุตรบำเพ็ญ สีหบุรานุกิจ และมีนบุรี

ต้นทุนเวนคืนที่ดินพุ่ง “อีกทั้งเพิ่มงบฯเวนคืนจากเดิม 4,000 กว่าล้านบาท เพราะต้องเวนคืนเพิ่มในบางจุด ส่วนใหญ่เป็นช่วงทางโค้ง เช่น แคราย ห้าแยกปากเกร็ด มีนบุรี เป็นต้น และ ผลพ่วงจากการปรับราคาประเมินของ กรมธนารักษ์ที่จะประกาศใช้ราคาใหม่ของปีนี้ด้วย”

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ขณะนี้นางสาวรัชนี ตรีพิพัฒน์กุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. ให้เร่งปรับแผนก่อสร้างโครงการนี้ให้เสร็จโดยเร็ว และเปิดประมูลภายในปีนี้เพื่อผลักดันนโยบายของรัฐบาลก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สายให้ทันรัฐบาลชุดนี้ และสานต่อนโยบายหาเสียง 20 บาทตลอดสาย เพราะสายสีชมพูหลังสร้างเสร็จในปี 2560 จะเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ประมูลสิ้นปี-เร็วขึ้นจากแผน 2 ปี “ที่ปรึกษาจะสรุปผลศึกษาเสร็จเดือนเมษายนนี้ จากนั้นจะเตรียมทำเอกสารประกวดราคาและเวนคืนที่ดินประมาณตุลาคม-ธันวาคมนี้จะเปิดประมูลได้ ใช้เวลาสร้าง 4 ปี แล้วเสร็จและเปิด บริการปี 2560 เร็วขึ้น 2 ปี จากแผนแม่บทที่กำหนดในปี 2562 ปีแรกเปิดบริการ จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการกว่า 3 แสนเที่ยวคน/วัน เพิ่มขึ้นจากผลการศึกษาเดิม 20% เพราะเก็บ 20 บาทตลอดสายจะทำให้คนมาใช้มากขึ้น”

แหล่งข่าวกล่าวและว่า ส่วนรูปแบบการลงทุนจะเป็นดีไซน์แอนด์บิวด์ คือ จะก่อสร้างและออกแบบไปพร้อมกัน ซึ่งวิธีการนี้จะคล้ายกับการลงทุนแบบเทิร์นคีย์ (เบ็ดเสร็จ) โดยผู้รับเหมาก่อสร้าง คนออกแบบ และผู้ผลิตระบบรถไฟฟ้า จะเป็นเจ้าเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ง่ายในการก่อสร้างและบริหารจัดการเดินรถ อีกทั้งผู้ผลิตรถโมโนเรลในตลาดจะมีไม่กี่รายเท่านั้น โดยเอกชนที่สนใจจะเสนอการลงทุนมาเป็นแพ็กเกจเดียวกันทั้งโครงการ นอกจากนี้ทางประธานบอร์ดยังได้เร่งรัดให้ รฟม.ดำเนินการออกแบบรายละเอียดรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) ให้เสร็จและเปิดประกวดราคาในปีนี้ โดยให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างช่วงศูนย์วัฒนธรรมเชื่อมกับรถไฟฟ้าใต้ดินเดิมไปยังมีนบุรีเพื่อต่อเชื่อมกับสายสีชมพูก่อน

สำหรับแนวเส้นทางจุดเริ่มต้นจะใกล้ทางแยกแคราย จุดเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) หน้าศูนย์ราชการ จ.นนทบุรี วิ่งไปตามแนวถนนติวานนท์ เลี้ยวเข้าถนนแจ้งวัฒนะบริเวณห้าแยกปากเกร็ดผ่านเมืองทองธานี ศูนย์ราชการแห่งใหม่ แยกหลักสี่จะเชื่อมรถไฟสายสีแดง(บางซื่อ-รังสิต)วิ่งไปตามเกาะกลางถนนแจ้งวัฒนะผ่านมหาวิทยลัยราชภัฏพระนคร ไปเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเขียว(หมอชิตสะพานใหม่) ที่วงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่ วิ่งไปตามถนนรามอินทราถึงแยกมีนบุรีเลี้ยวเข้าเมืองมีนบุรีไปตามแนวถนนสีหบุรานุกิจ ผ่านคลองสามวา คลองแสนแสบ ถนนรามคำแหง สิ้นสุดที่ตลาดมีนบุรีใกล้แยกถนนรามคำแหง-ร่มเกล้า จะเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม

“คมนาคม”ให้สนข.ศึกษาปรับรูปแบบรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลืองใหม่

“รมว.คมนาคม” สั่ง สนข.ศึกษาปรับรูปแบบรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลืองใหม่ จากโมโนเรลป็นเฮฟวี่เรลให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน พร้อมยืนยันรถไฟฟ้า10 สายสามารถเซ็นสัญญาภายใน 4 ปี…

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมแผนแม่บทการขนส่งทางรถไฟทั่วประเทศว่า ตนได้ให้นโยบายกับสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)ให้ไปศึกษาและปรับแผนในการดำเนินการโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทางแคราย-มีนบุรี ระยะทางกว่า 36 กม. และโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เส้นทางลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กม.ใหม่ จากเดิมที่มีรูปแบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว หรือ รถไฟฟ้าขนาดเบา โมโนเรล มาเป็นรถไฟฟ้าขนาดหนัก หรือเฮฟวี่เรล (รถไฟฟ้าในปัจจุบัน) ว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ โดยให้ สนข.ไปศึกษาให้ได้ข้อสรุปภายใน 6 เดือน ทั้งเรื่องงบประมาณที่จะเพิ่มขึ้น ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

อ่านเพิ่มเติม

คมนาคมเร่งเครื่องลุยรถไฟฟ้า สายสีชมพู/สีส้มจ่อคิวเข้าครม.

        กระทรวงหูกวางฟิตจัด เตรียมโครงการรถไฟฟ้าสารพัดสีเสนอครม.ยิ่งลักษณ์1 สุพจน์ชี้ค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสีชมพู/สีส้มส่อแววพุ่ง เผยวงเงินลงทุนรถไฟฟ้า 12 สาย ในแผนแม่บท 811,070 ล้านบาท
          แม้ว่ารัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะยังจัดโผคณะรัฐมนตรีไม่แล้วเสร็จ และยังไม่รู้ว่าใครจะมีนั่งเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ อย่างกระทรวงคมนาคม แต่สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ยังเดินหน้าที่จะนำแผนลงทุนโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 12 สาย เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ เพื่อนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้สามารถลงทุนก่อสร้างได้ตามแผนเดิม
          ทั้งนี้ ตามแผนแม่บทของกระทรวงกำหนดว่าจะก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ารวม 12 เส้นทาง ในช่วงปี 2553-2572 ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลมีนโยบายก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ารวม 10 เส้นทางนั้น จะต้องดูรายละเอียดเส้นทางต่างๆ ว่าเป็นเส้นทางใหม่หรือไม่ แต่โครงการเหล่านี้สามารถปรับแนวสายทางให้สอดคล้องกันได้
          ทั้งวงเงินลงทุนรถไฟฟ้า 12 สาย ในแผนแม่บทจำนวน 811,070 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 20 ปี (2553-2572) และใช้เงินกู้เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉลี่ยใช้ปีละประมาณ 40,000 ล้านบาท จึงไม่น่าจะกระทบต่อนโยบายทางการเงินการคลัง
ค่าก่อสร้างพุ่ง
          สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมจะเสนอรายละเอียดโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี ระยะทาง 36 กม. วงเงิน 42,067 ล้านบาท และสายสีส้มช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ-มีนบุรี ระยะทาง 37.5 กม. วงเงิน 137,750 ล้านบาท ให้ครม.พิจารณาอนุมัติ  ปัจจุบันที่ปรึกษาอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด และเตรียมเอกสารประกวดราคา ซึ่งต้องประเมินวงเงินค่าก่อสร้างทั้งสองโครงการใหม่ เพราะราคาวัสดุก่อสร้างในปัจจุบันแตกต่างจากในช่วงที่ประเมินค่าก่อสร้างเบื้องต้น
          โครงการรถไฟฟ้าทั้งสองเส้นทางจะอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยสายสีชมพูจะให้ผู้รับเหมารับผิดชอบงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการจัดหาขบวนรถ ซึ่งโครงการนี้มีรูปแบบเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว โครงสร้างยกระดับตลอดสายทาง มี 24 สถานี สามารถดำเนินการได้ในปี 2555 หลังจากพิจารณาแล้วเห็นว่ารถไฟฟ้าในเส้นทางดังกล่าวมีความพร้อมในการดำเนินการ เนื่องจากผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว กำหนดเปิดให้บริการปี 2559 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 2.18 แสนเที่ยว ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ และเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯและปริมณฑล

ฮิตาชิ สนลุยรถไฟฟ้าสายสีชมพูมั่นใจเชี่ยวชาญระบบ โมโนเรล

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม และประธานคณะกรรมการ (บอร์ด)การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมานายฮิโรอากิ นาคานิชิ ประธาน บริษัท ฮิตาชิจำกัด จากประเทศญี่ปุ่น เดินทางเข้าพบ แสดงความสนใจเข้าร่วมลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี มูลค่าประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท หลังเห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว หรือโมโนเรล ฮิตาชิมีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอยู่แล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้ฮิตาชิจะกลับไปจัดทำข้อเสนอ เพื่อเตรียมเข้าร่วมประกวดราคาด้วย

ความคืบหน้าโครงการ รฟม.อยู่ระหว่างคัดเลือกที่ปรึกษาศึกษาทบทวนความเหมาะสมปรับปรุงแบบ ที่ผ่านมามีเอกชนยื่นข้อเสนอรายเดียว คือ บริษัท ทีม คอน ซัลติ้ง เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด มีบริษัทในกลุ่มประกอบด้วย บริษัท ทีม โลจิสติกส์ แอนด์ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัท ซี คอนซัลท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด บริษัท วิศวกรที่ปรึกษา นิวโมเดิลจำกัด และโต นิชิ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแทนท์จากทั้งหมด 11 รายที่มารับเอกสาร คาดว่าภายในเดือนเมษายนนี้จะได้ข้อสรุป

รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการดังกล่าว มีระยะทาง 34.5 กิโลเมตร มี 24 สถานี เบื้องต้นจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2555 และจะเปิดให้บริการปลายปี 2559

ข่าวจาก http://its.in.th/index.php/component/content/article/1-latest-news/6927-2011-04-19-22-44-08

ญี่ปุ่นล็อบบี้ขอลงทุนรถไฟฟ้าสนใจสายสีชมพูพ่วง ไฮสปีดเทรน

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายมาซาโตะ โอตาดะ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และคณะ ได้หารือถึงความร่วมมือในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง(ไฮ สปีด เทรน)ของไทย โดยสนใจเข้ามาลงทุนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กับเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ในเบื้องต้นทางญี่ปุ่นจะส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงว่าด้วยการก่อสร้างและขนส่ง มาศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน

“ญี่ปุ่นยืนยันว่าเขามีประสบการณ์ในเรื่องของรถไฟฟ้าความเร็วสูงมากกว่า 47 ปี ขณะเดียวกันยังมีความปลอดภัย เพราะไม่เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นเลย หากประเทศไทยไว้ใจก็จะเข้ามาดำเนินการอย่างแน่นอน”นายสุพจน์ กล่าว

ในส่วนของรูปแบบการดำเนินการนั้น อาจเป็นการลงทุนในลักษณะของการร่วมทุน หรือรัฐบาลญี่ปุ่นอาจให้ไทยกู้แบบมีเงื่อนไขว่า ต้องซื้อวัสดุก่อสร้างและใช้บุคลากรจากญี่ปุ่นเท่านั้น และอาจให้กองทุนธนาคารเพื่อความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น (เจบิค) เป็นผู้ปล่อยสินเชื่อให้บริษัทเอกชนโดยตรง

นอกจากนี้นักลงทุนญี่ปุ่นยังสนใจลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าโมโนเรล โดยระบุว่ามีประสบการณ์มากกว่าทุกประเทศ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงไปว่า จะนำเสนอโครงการนี้ต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.)ช่วงปลายปี จากนั้นจะเปิดประกวดราคาในปลายปีเช่นกัน ในเบื้องต้นจะให้เอกชนรายเดียวดำเนินการทั้งโครงการ ส่วนการบริหารจัดการ จะเป็นหน้าที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และว่าจ้างให้เอกชนมาเดินรถ เพื่อรฟม.จะควบคุมค่าโดยสารได้

ข่าวจาก  http://www.ryt9.com/s/nnd/1086592

ยืดรถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้าเมืองทอง

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร  (สนข.)  เปิดเผยว่า ผู้บริหารโครงการเมืองทองธานี ได้ให้ความสนใจโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงปากเกร็ด-มีนบุรี โดยเสนอแนวคิดที่จะยกที่ดินบริเวณเมืองทองธานี ด้านที่ติดกับถนนติวานนท์  ให้ก่อสร้างเป็นอู่จอดและศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีชมพูหรือเดบโป้ เพื่อรองรับประชาชนที่อาศัยในเมืองทองธานี และใกล้เคียง ซึ่งมีจำนวนมาก แทนการเวนคืนที่ดินประชาชนบริเวณหัวมุมถนนติวานนท์ตัดกับถนนแจ้งวัฒนะ
เรื่องนี้จะต้องนำเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณา เพราะจะต้องปรับแบบรถไฟฟ้าใหม่ โดยต้องขยายเส้นทางตามแนวถนนติวานนท์ไปถึงเมืองทอง ระยะทางราว  4 กม. และอาจจะต้องสร้างสถานีเพิ่มอีก อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบระหว่างค่าก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้นตามระยะทาง แลกกับไม่ต้องเวนคืนที่ดิน และปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้น คิดว่าตัวเลขน่าจะยังอยู่ในกรอบวงเงินที่กำหนดไว้ หรือถ้าปรับเพิ่มคงไม่มาก สำหรับแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่ปรึกษาออกแบบไว้ จุดเริ่มต้นโครงการจะอยู่บริเวณแคราย ผ่านกรมชลประทาน วิ่งตามเกาะกลางถนนติวานนท์ เมื่อถึงแยกปากเกร็ดจะเลี้ยวขวาเข้าถนนแจ้งวัฒนะ วิ่งตรงผ่านอนุสาวรีย์หลักสี่เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่ ขณะนี้ได้ข้อยุติเรื่องแบบสถานีร่วมแล้ว จากนั้นจะวิ่งตรงเข้าถนนรามอินทรา ตัดถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก สิ้นสุดมีนบุรี ระยะทาง 36 กม. ออกแบบเป็นรถไฟฟ้าโมโนเรล
ข่าวจาก ITS Thailand